ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน แถลงสุนทรพจน์ที่จัตุรัสอิสรภาพ ในกรุงไทเป เมื่อวันอาทิตย์ เนื่องในโอกาสวันชาติ 10 ต.ค. มีเนื้อหาสำคัญตอนหนึ่ง ว่าไต้หวันจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษา “สถานภาพปัจจุบัน” ให้คงอยู่ต่อไป “และต้องไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงฝ่ายเดียว”

ขณะเดียวกัน เธอยืนยันว่า ไต้หวันจะเดินหน้ายกระดับศักยภาพทางทหาร ความมั่นคง และการป้องกันตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วนว่า จะไม่มีบุคคลใดสามารถบังคับข่มเหงให้ไต้หวัน “ต้องเดินบนเส้นทางที่จีนกำหนดไว้” โดยในพิธีเฉลิมฉลองวันชาติครั้งนี้ กองทัพไต้หวันแสดงแสนยานุภาพทั้งทางบกและทางอากาศ

ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำไต้หวัน เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมวาระพิเศษของพรรคคอมมิวนิสต์ ณ มหาศาลาประชาชน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องในวาระครบรอบ 110 ปี “การปฏิวัติซินไฮ่” ที่นำไปสู่การสิ้นสุดรัชสมัยของราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายของจีน ว่าจีนเป็นชนชาติ “ซึ่งมีวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์” ในการต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน

ทั้งนี้ แนวคิดการแบ่งแยกดินแดนของบุคคลบางกลุ่มในไต้หวัน ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการรวมชาติอย่างสันติ ระหว่างไต้หวัน “กับมาตุภูมิ” และเป็น “อันตรายซ่อนเร้น” ต่อการฟื้นฟูแห่งชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จีนยึดมั่นต่อทุกกลไกเพื่อนำไปสู่”การรวมชาติอย่างสันติ” เพื่อผลประโยชน์ของชาวไต้หวันด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งพร้อมทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตัวเองเช่นกัน และ “ไม่ควรมีการสบประมาทจีนในเรื่องนี้”